คำนำจากสำนักพิมพ์ชวนะบุตร

ท่านผู้อ่านที่รัก

... ในชีวิตการเขียนนวนิยายของข้าพเจ้า เรื่องเพชรพระอุมา ที่ท่านถืออยู่ในขณะนี้ นับได้ว่าเป็นนวนิยายผจญภัยเรื่องที่มีความยาวที่สุด และอาจยาวที่สุดของนวนิยายทั้งหลายในประเทศไทยเท่าที่เคยเขียนกันมาแล้วทั้งสิ้น (หมายถึงอดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่อนาคตข้างหน้าก็ยังเป็นสิ่งไม่แน่ อาจจะมีเรื่องที่ยาวกว่าลบสถิติเรื่องนี้ขึ้นมาบ้างก็ได้) ข้าพเจ้าใช้เวลาเขียนและนำมาลงติดต่อกันมาโดยไม่ขาดระยะ เริ่มจากหนังสือฉบับกระเป๋า และนำมาเขียนสืบต่อลงในนิตยสารเป็นตอน ๆ รวมเวลาทั้งสิ้นแล้วนานถึง 10 ปีเศษ ใช้กระดาษพิมพ์ขนาดมาตรฐานเกือบหนึ่งหมื่นแผ่น และเมื่อพิมพ์เป็นเล่มก็มีความหนาทั้งหมด ประมาณ ๑๒๐๐ ยก

... ๑๐ ปีเศษของการเขียน และ ๑๐ ของการติดตามจากสาธารณชนผู้อ่าน ซึ่งแน่ละ ทั้งผู้เขียน และผู้อ่านมีความอดทน พอ ๆ กัน ข้าพเจ้าถือว่าเป็นความสำเร็จผลในงานเขียนอย่างภาคภูมิใจที่สุด (ในความรู้สึกส่วนตัวเอง) ที่ได้เขียนนวนิยายผจญภัยเรื่องยาวเหยียด เรื่องนี้ออกมาตั้งแต่ต้นจนจบ โดยได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชนผู้อ่านมาโดยตลอด จึงจัดได้ว่านวนิยายเรื่องนี้ เป็นนวนิยายยิ่งใหญ่ที่สุด ในชีวิตการเขียนของข้าพเจ้า เหนือกว่านวนิยายทุกเรื่องของตัวเองที่เคยปรากฎมาแล้ว

... ข้าพเจ้าาขอสารภาพ ณ ที่นี้ว่า แต่เดิมทีมิไดตั้งใจจะเขียนให้ยาวมากมายถึงเพียงนี้ แต่ก็สาบานได้เช่นกันว่าไม่ใช่ พอเห็นผู้อ่านติดเรื่อง ก็ยืดเยื้อขยายโครงเรื่องออกไป ทว่าข้าพเจ้าเขียนด้วยความสุขใจของตัวเอง คือยิ่งเขียนไปก็ยิ่งบังเกิดความสุขในหัวใจคนเดียวเงียบ ๆ ข้าพเจ้ารักตัวละครทุกตัวที่ข้าพเจ้าได้สร้างขึ้น หลับตาครั้งใดก็มองเห็นภาพบุคลิกของ "เขา" หรือ "หล่อน" เหล่านั้นปรากฎเด่นชัดขึ้นในจินตนาการ ทุกคน(ในเรื่อง) ใกล้ชิดกับข้าพเจ้าเหลือเกิน เป็นมโนภาพที่แจ่มชัดที่สุด สาเหตุนี้เองทำให้ข้าพเจ้า ไม่อาจจะปล่อย "เขา" และ "หล่อน" เหล่านั้นให้ผละจากมโนภาพของข้าพเจ้ารวดเร็วเกินไปนัก จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เขียนเรื่องราว การผจญภัยของบุคคลเหล่านี้ออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน ส่วนเมื่อเขียนออกมาแล้ว บังเอิญโชคดีได้รับการตอบรับจากท่านผู้อ่าน อย่างอบอุ่นคับคั่ง นั่นข้าพเจ้าถือแต่เพียงว่า "เป็นผลพลอยได้" ที่ติดตามมาภายหลังเท่านั้น

... ๑๐ ปีเศษนั้น เป็นระยะเวลาของการเขียนและการติดตามอ่าน แต่กาลเวลาแท้จริงของเหตุการณ์ในเรื่องอุบัติขึ้นภายในเวลาเพียงไม่เกิน ๗-๘ เดือนเท่านั้น นับจากเปิดฉากแรกจนปิดฉากสุดท้ายของเรื่องนี้ลง!

... เคยมีเพื่อนนักเขียน และนักอ่านบางท่านถามข้าพเจ้าอยู่เสมอ ๆ ว่า ทำไมจึงเขียนเรื่องนี้ยาวนักไม่รู้จักจบสิ้นเสียทีคือบางท่านเหล่านั้น อาจรู้สึกรำคาญแทน แต่ตัวข้าพเจ้าเองไม่รู้สึกรำคาญเลย ข้าพเจ้าเกิดมาเขียนก็มีหน้าที่เขียนไป ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ใด ๆ จะมาบังคับหัวใจอิสระของข้าพเจ้าได้ว่าจะต้องจบในเวลาเท่านั้น หรือเท่านี้ และหรือว่าจะต้องเขียนออกมาในรูปแบบฟอร์มสูตรสำเร็จใด ๆ เพราะถึงแม้ข้าพเจ้าจะจบเรื่องนี้ ข้าพเจ้าก็ต้องเขียนเรื่องใหม่อยู่ดี (ตราบใดก็ตามที่ข้าพเจ้ายังมีอาชีพเขียนหนังสืออยู่) แล้วมันจะแปลกอะไรในการที่ข้าพเจ้าเขียนเรื่องที่ตนเองรักไปให้สะใจตัวเองมากที่สุด ชนิดไม่ห่วงว่าจะต้องจบเมื่อไหร่ ถ้ามันจะจบก็ต่อเมื่อถึงคราวที่จะต้องจบเท่านั้น ดังนั้นการที่มีผู้มักถามข้าพเจ้าว่า "ทำไมไม่รู้จักจบเรื่องเพชรพระอุมาเสียที ?" ก็เหมือนกับถามข้าพเจ้านั่นเองว่า "เมื่อไหร่จะเลิกงานเขียนหนังสือเสียที ?" นั่นเอง

... และการที่ใครจะมาห้ามไม่ให้ข้าพเจ้าเขียนหนังสือ ก็ห้ามไม่ได้เสียด้วยซิ ต่อให้ไม่มีสำนักพิมพ์แห่งใดรับพิมพ์แห่งใดรับพิมพ์ หรือต่อให้ไม่มีผู้อ่านคนใดสนใจอ่าน ข้าพเจ้าก็ต้องเขียนมันออกมา เขียนมันออกมาเหมือนสมัยเริ่มต้นการก้าวเข้าสู่อาชีพอันล่อแหลมต่อการอดอยากปากแห้งชนิดนี้แหละ คือเมื่อต้องการเขียนก็เขียนไปใครจะไม่รับพิมพ์หรือใครจะไม่อ่าน ข้าพเจ้าไม่สนใจ อดีตของข้าพเจ้าเขียนเรื่องให้ตัวเองอ่านมาเสียนักต่อนักแล้ว

... ท่านผู้อ่านส่วนมากอาจจะประหลาดใจ ว่าข้าพเจ้าเขียนนวนิยายผจญภัยในป่าลึกดงดิบเรื่องนี้ออกมาได้เช่นไร เคยมีประสบการณ์กับตนเองหรือว่าไปลอกเลียนใครมา? ข้าพเจ้าก็ขอเรียนให้ทราบเสียตามตรงว่า อดีตไม่นานมานี้นักข้าพเป็นคนรักป่า, รักปืน และรักการผจญภัยในป่าสูงที่เต็มไปด้วยอันตรายนานาชนิด แต่ขอปฏิเสธว่าข้าพเจ้าไม่เคยทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.บ. คุ้มครองและสงวนสัตว์ป่ามาก่อนเลย ถ้าหากข้าพเจ้าจำเป็นต้อง "ล่า" เมื่อใด ก็แปลว่าข้าพเจ้าป้องกันชีวิตตนเองหรือผู้อื่น หรือมิฉะนั้นก็เป็นการป้องกันปศุสัตว์เลี้ยง ,พืชไร่ รวมไปจนกระทั่งการตามล่า "ฆาตกร" ที่เป็นสัตว์ร้ายอันมีประวัติสังหารชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ชาวป่า ชาวดอยมาแล้ว ข้าพเจ้าชอบ เดิน ป่า , ปีนหรือไต่ เขาสูง แต่ไม่ชอบนั่งรถเข้าป่า เพราะป่าใดก็ตามหากสามารถมีรถยนต์เข้าไปวิ่งอยู่ได้ ข้าพเจ้าไม่ถือว่าสถานที่นั้นเป็นป่า

... ตามปกติแล้ว ในวัยเด็กข้าพเจ้าเป็นค่อนข้างขลาดกลัว รูปร่างเล็ก "มีปมด้อย" ไปสารพัด การเดินป่าอย่างลำบากยากแค้น และบางขณะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายนานาชนิดในพงไพร เป็นสัญชาติญาณแห่งการชดเชย "ปมด้อย" ของข้าพเจ้าเมื่อสมัยเป็นเด็ก ๆนั่นเอง ถึงปัจจุบันนี้ข้าพเจ้าเป็นคนที่ไม่ประสงค์จะสู้รบปรบมือกับใคร (ถ้าไม่วิ่งหนีไปเจอกำแพงขวางหน้า) และผู้ชายร่างใหญ่ ๆสักคนอาจต่อยข้าพเจ้าทีเดียวชักหรือสลบไปเลย ข้าพเจ้าคงสู้เขาไม่ได้แน่ เพราะถ้าข้าพเจ้าสู้ก็ย่อมหมายถึงคุกตะรางที่จะมาถึงตัวแน่ แต่สัตว์ป่าดุร้ายน้ำหนักตัวประมาณอย่างต่ำ ๔ - ๕ ตันขึ้นไป ที่ตั้งท่าจะปรีเข้าชาร์จข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะยืนปักหลักประจัญหน้ากับมันได้ ด้วยความรู้สึกเฉย ๆ พร้อมด้วยไรเฟิ่ลในมือซึ่งขนาดก็ไม่ใหญ่โตอะไรนัก แต่ก็โชคดีมาตลอดเจ้าสัตว์ร้ายเหล่านั้นหาเคยพุ่งเข้าใส่ถึงตัวข้าพเจ้าไม่ (อาจเนื่องมาแต่ชาติก่อนเราไม่เคยมีเวรกรรมต่อกัน) ในวินาทีสุดท้านเราจะเสี่ยงแลกชีวิตกันนั้น มันเป็นฝ่ายเบนหัวผละหนีไปเสียทุกครั้ง ข้าพเจ้าก็สบายใจที่ไม่ต้องสร้างเวรกรรมกับสัตว์ป่าประเภทที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลกปัจจุบันนี้ และข้าพเจ้าก็รัก สัตว์ป่าทุกชนิดยิ่งกว่าสัตว์เมือง พร้อมทั้งไว้วางใจมันมากกว่า สัตว์เมือง เสียอีก เพราะสัตว์ป่านั้น ถ้าไม่ถูกรังแกก่อน ถ้าไม่เจ็บก็จะไม่ทำอันตรายตอบ นอกจากจะหลบหลีกไปตามทางของมัน ทั้งนี้ยกเว้นสัตว์ร้ายประเภทที่ชราภาพ พิการ หรือเคยถูกสัตว์มนุษย์ รังแก มันบอบช้ำมาก่อน จนมีจิตใจผูกอาฆาตเท่านั้น

... ประสบการณ์ในชีวิตบุกป่าฝ่าดง อย่างจงใจจะทรมานตัวเองของข้าพเจ้า คือส่วนประกอบอันละเอียดของนวนิยายเพชรพระอุมา โดยเฉพาะในตอนต้น คือตอน ไพรมหากาฬ ส่วนตอนดงมรณะ, นิทรานคร, ป่าโลกล้านปี และแงซายจอมจักรา เป็นจินตนาการแห่งความคิดฝันล้วน ๆ ยกเว้นรายละเอียดของข้ออ้างอิงบางประการ ซึ่งมาจากสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยศึกษาเรียนรู้มาบ้าง อาจผิดหรือถูก ข้าพเจ้าไม่รับรองเพราะถึงอย่างไรก็ตาม เพชรพระอุมา ก็คือเรื่องอ่านเล่น

... ถ้าหากท่านจะถามว่า ข้าพเจ้ามีจุดมุ่งหมายอย่างใดในการเขียนนวนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา ข้าพเจ้าก็ตอบว่ามิได้มีจุดมุ่งหมายใด ๆ เลยทั้งสิ้น นอกจากจะเขียนเรื่อง อ่านเล่นประเภทผจญภัยให้ท่านอ่านเพื่อการบันเทิงเริงรมย์เท่านั้น โดยเอาประสบการณ์และความรู้ (ถ้าหากข้าพเจ้ามีอยู่บ้าง) มาเป็น "แกน" ในการดำเนินเรื่อง สำหรับเค้าดครงเรื่องไม่ต้องพูดถึงมันก็คือ "นิยาย" แน่นอน และดีไม่ดีอาจจะไปแอบ "ลอก" โครงเรื่องมาจากนวนิยายฝรั่งบ้างก็ได้

... ในการพิมพ์นวนิยายของข้าพเจ้าเป็นเล่มปกแข็งทุกเรื่อง ข้าพเจ้าไม่ชอบเขียนคำนำ หรืออารัมภบทอะไรเพื่อให้รกลูกตา ของท่านผู้อ่านทั้งสิ้น แต่สำหรับ เพชรพระอุมา ในการพิมพ์ชุดปกแข็งครั้งที่สองโดย สำนักพิมพ์ ชวนะบุตร นี้ ข้าพเจ้า ถูกขอร้องให้เขียน และเมื่อจะเขียนกันแล้วก็ขอเขียนอย่างเปิดใจที่สุด เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบถึงเบื้องหลังความเป็นมาของนวนิยายเรื่องนี้ รวมทั้งความรู้สึกภายในของข้าพเจ้าเองด้วย

... ขอขอบพระคุณอย่างสูงที่ท่านซื้อนวนิยายผจญภัยชุดนี้และทนอ่านคำนำอันยืดยาวของข้าพเจ้ามาจนจบ

"พนมเทียน"
กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘