ไรเฟิ่ล .30 – 06

        ความหมายของตัวเลขปืนขนาดนี้ ตัวเลข 30 หมายถึง เส้นผ่าศูนย์กลางของลำกล้องปืนนั่นคือ 0.30 นิ้ว ส่วนตัวเลข 06 นั้น หมายถึงปีที่กองทัพสหรัฐนำเข้าประจำการนั่นคือ ปี 1906

        สำหรับปืนขนาดนี้ปรากฏในเรื่องมีทั้งหมด 2 ยี่ห้อ (ทั้งภาคแรกและภาคสอง) นั่นคือ

1. ซีแซด 30 – 06



        เจ้าของปืนกระบอกนี้ก็คือรพินทร์ ไพรวัลย์ โดยที่รพินทร์ ใช้เป็นปืนประจำมือมาตลอดก่อนเดินทางบุกเทือกเขาพระศิวะ ซึ่งรพินทร์ได้กำหนดปืนขนาดนี้เอาไว้ใช้ในสถานการณ์ทั่วไป และรพินทร์จะนำติดตัวไปเสมอ ๆ แม้กระทั่งจากหนองน้ำแห้งไปสถานีค้าสัตว์ไทยไวลด์ไลพ์ โดยได้จัดทำแร็ควางปืนเอาไว้บริเวณหน้ารถจี๊ปของตัวเอง

        ต่อมาเมื่อเริ่มต้นออกเดินทางออกจากหล่มช้าง รพินทร์ก็มอบให้เส่ย หนึ่งในสี่สมุนคู่ใจเป็นผู้ใช้ และเมื่อเดินทางไปถึงเทือกเขา นิลกาญจน์ ได้เปลี่ยนมือจากเส่ยมาให้แงซายใช้งานแทน ซึ่งต่อมาเมื่อเดินทางเข้าสุ่มมรกตนครแล้ว ปืนกระบอกนี้ก็ถูกเปลี่ยนมืออีกครั้ง โดยเปลี่ยนไปให้ พรานชดประชากร หรือ ม.ร.ว.อนุชา วราฤทธิ์ เป็นผู้ใช้งาน

        ส่วนในภาคที่สอง ปืนกระบอกนี้ไม่ได้ถูกเลือกใช้งานในการออกเดินทางไปติดตามระเบิดนิวเคลียร์ ขนาด 10 เมกกะตัน เพียงถูกพูดถึงแค่ 2 ครั้งนั่นคือ

  • ดาริน พูดถึงตอนที่นั่งรถจี๊ปไปกับรพินทร์ เพื่อไปเยี่ยมนางรำเพยมารดาของรพินทร์
  • เกิดพูดถึงตอนจัดกำลังอาวุธปืนในทำนองขออนุญาตรพินทร์ เพื่อนำไปใช้งานในการตลุยเทือกเขาพระศิวะเป็นครั้งที่สอง เนื่องจากขนาด .375 ไม่พอเพียง แต่รพินทร์ไม่อนุญาต
วีรกรรมของปืนกระบอกนี้
  • รพินทร์ ใช้ยิงไอ้ดำที่หลุดจากกรงในสถานีค้าสัตว์ไทยไวลด์ไลพ์ ซึ่งนับว่าเป็นการแสดงฝืมือเชิงพรานครั้งแรกของรพินทร์
  • แงซาย ใช้ยิงเลียงผาภูเขา เพื่อนำมาเคี่ยวผสมกับรากไม้บางชนิดรักษาโรคมูมาตอยด์ของดารินในโค้งสุดท้ายของการเดินทางก่อนถึงเนินพระจันทร์
2. มันน์ลิเคอร์ 30 – 06



เจ้าของปืนก็คือ มรว.เชษฐา วราฤทธิ์ หัวหน้าคณะเดินทางซึ่งเชษฐา มักจะเลือกถือปืนกระบอกนี้เสมอ ๆ ในช่วงท่องเที่ยวล่าสัตว์ก่อนถึงหล่มช้างและเมื่อออกเดินทางออกจากหล่มช้างเข้าสู่นรกดำแล้วปืนกระบอกนี้ได้กลายเป็นปืนประจำมือของเกิด พรานหนุ่มหนึ่งในสี่ของลูกสมุนคู่ใจรพินทร์ ไพรวัลย์ จนถึงเทือกเขาพระศิวะ และในภาค 2 ปืนกระบอกนี้ก็ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานอีกเลย


3. ไรเฟิ่ล .30-06 สปริงฟิลด์


ปืนกระบอกนี้ มาเรีย ใช้ยิงสิงโตเพื่อล้างแค้นให้กับผู้เป็นพ่อนั่นก็คือ จิม มุลเลอร์

เรียบเรียงโดย มันตู