ศิลปะการก่อกองไฟ

         ศิลปะในการก่อกองไฟ เป็น วิธีการก่อกองไฟแบบต่างๆ ตามวัตถุประสงค์หรือสถานการณ์ต่างๆที่ต้องการใช้ประโยชน์จากกองไฟ ซึ่งในเรื่องเพชรพระอุมานั้น คุณลุงพนมเทียนได้กล่าวถึงศิลปะแขนงนี้พร้อมทั้งได้อธิบายถึงวิธีการก่อกองไฟไว้หลายแบบ โดยในภาคแรกนั้นได้อธิบายผ่านตัวรพินทร์ ไพรวัลย์ที่ได้สอนอธิบายให้กับ เชษฐา ไชยยันต์ ดาริน ฟังในค่ำคืนหนึ่ง หลังจากที่ได้แยกตัวออกจากขบวนเกวียนเพื่อตามล่าไอ้แหว่ง

         แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้คุณลุงจะอธิบายเอาไว้ค่อนข้างละเอียด แต่ตัวผมเองก็ยังเกิดความสงสัย และอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้ และตั้งใจว่าเมื่อหาข้อมูลได้ก็จะนำมาให้เพื่อนๆชาวชุมชนเพชรพระอุมาแห่งนี้ได้อ่านกัน และบังเอิญผมไปได้หนังสือเก่ามากเล่มนึง ที่ได้อธิบายถึงเรื่องนี้พร้อมทั้งมีรูปวาดประกอบ(เข้าใจว่าวาดโดยคุณฉลอง ธาราพันธ์) จึงนำมาเรียบเรียงมาให้พวกเราอ่านกัน

ไฟเพื่อการหุงต้มเตรียมอาหาร

         ถ้าสามารถควบคุมบังคับความร้อนซึ่งได้จากกองไฟให้พวยพุ่งตรงไปยังจุดเดียวกันน้ำร้อนที่จะต้องการก็จะสำเร็จได้ในไม้ช้า วิธีการบังคับความร้อนให้พุ่งรวมกันดังกล่าวนี้ อยู่ที่ศิลปการวางฟืน ตั้งดุ้นฟืนทั้งหลายให้ปลายพุ่งชันขึ้นไปประจบกัน ไฟก็จะลุกลามไหม้พุ่งความร้อนให้ไปรวมกันได้ตามความปรารถนา ชนิดของฟืนที่เหมาะแก่การใช้ ควรเป็นไม้พันธ์ไผ่หรือพันธ์รวกจึงจะดี เพราะไม้ประเภทนี้ให้ความร้อนสูง

         ส่วนการวางกาหรือหม้อน้ำบนไฟ ใช้วิธีตัดไม้เป็นง่ามปักบนดินช้างกองไฟในระยะพอประมาณ แล้วตัดไม้ยาวเป็นคานเพื่อร้อยหูกาแขวนไว้วางปลายช่างหนึ่งของคานนี้บนง่ามไม้ ส่วนอีกปลายหนึ่งพุ่งลงดิน

         ถ้าปรารถนาจะเจียวไข่ หรือลวกผัดอาหารใดด้วยกระทะใช้ก้อนหินก้อนดิน หรือไม้สดปักเป็น 3 เส้า โน้มปลายรับภาชนะให้พอดี

         ทุกๆครั้งที่ยกภาชนะต่างๆออกจากกองไฟ มิควรวางภาชนะไว้บนดินเพราะดินจะดูดความร้อนได้เร็ว จะทำให้อาหารเย็นชืด หาเปลือกไม้คอยวางรับภาชนะไว้ให้สูงจากพื้น


ไฟรุ่ง

         ศิลปในการประกอบไฟให้ส่งความอุ่นเรื่อยตลอดไปจนจวบรุ่ง ซึ่งได้นิยมแพร่หลายจนได้สมญาว่า “อินเดียน-ไฟ” กระทำดังนี้ หาฟืนท่อนยาว โตประมาณ 6 นิ้วเป็นอย่างต่ำ ฟืนที่นิยมใช้เป็นโคนต้นไม้แห้งชนิดเนื้อแข็งไหม้มอดช้ามา 4 ท่อน วางฟืนให้โคนชนกัน หันปลายออกให้เป็นรูปกากะบาด แล้วสุมไฟให้โคนทั้งสี่ลุกไหม้เป็นไฟกองเดียวกัน เมื่อไฟรุกได้ดีแล้ว ก็นำฟืนสดซึ่งมีความโตในลักษณะเดียวกันมาอีก 4 ท่อน วางแต่ละท่อนลงไปในระหว่างฟืนชุดแรกทั้งสี่นั้น ฟืนทั้งหมดดังกล่าวทั้ง 8 ท่อนนี้เมื่อวางได้ระเบียบแล้ว ก็จะมีลักษะคล้ายๆรูปเขียนแบบเรียนซึ่งแสดงทางของทิศทั้งแปด เมื่อไฟไหม้ลามโคนไม้จนมอดกร่อนและอ่อนความร้อนลง ก็ค่อยๆ ดุนท้ายฟืนทั้งหลายให้เคลื่อนพุ่งโคนไม้ไปชิดกันใหม่เช่นเดิม

         ไฟนี้ควรก่อไว้เหนือลม เพื่อไห้ร่างกายอบอุ่นจากไอร้อน และถ้าเป็นไปได้ ใช้การขึงผ้าเป็นฉากข้างหลังเราไว้เพื่อไห้ไอร้อนที่เลยเราไปสะท้อนกลับมาอีก หรือไม่เช่นนั้นควรหาทำเลหน้าผา หรือหน้าก้อนหินใหญ่ ซึ่งอำนวยช่วยให้เป็นฉากสะท้อนกลับได้ตามธรรมชาติ


ไฟในสายฝน

การก่อกองไฟแบบนี้ ในเรื่องเพชรพระอุมานั้นได้กล่าวถึงหลายครั้งดังนี้

1. ในภาคแรก เมื่อจันได้รับมอบหมายนำขบวนเกวียนแทนพรานใหญ่กับ บุญคำ(แยกออกตามรอยไอ้แหว่ง) เพื่อไปพักโป่งน้ำร้อน ซึ่งเมื่อไปถึงที่พักแล้ว มีฝนตกลงมาปรอยๆ ทำให้นายจ้างเกิดความกังวลว่า การพักคืนนี้จะก่อกองไฟได้หรือไม่ และจันได้ตอบว่า ไม่มีปัญหาจะใช้วิธีก่อไฟสายฝน โดยใช้ผ้าพลาสติกบังฝนไม่ให้ตกใส่กองไฟ

2. ในภาคแรกการพักที่สถานีกลางหลังจากที่ปะทะกับไอ้แหว่งที่ป่าหวายแล้ว (หลังจากเชษฐาบาดเจ็บ) ซึ่งเป็นเนินเล็กๆห่างจากสมรภูมิประมาณ 5 กิโลเมตร ซึ่งมีอยู่คืนหนึ่งที่ฝนตกปรอยๆ บุญคำซึ่งรับหน้าที่เฝ้าแค้มป์ร่วมกับดาริน ก็นำวิธีนี้มาใช้

3. ในภาคที่สองก็มีกล่าวถึงการก่อไฟวิธีนี้เหมือนกัน ในคืนนี้คณะติดตามระเบิดต้องปะทะกับโขลงไอ้งาดำเป็นครั้งแรก และในคืนนั้นนั่นเองที่มันตรัยในร่างใหม่เข้ามาจู่โจมคณะ

         ปัญหาก่อไฟท่ามกลางสายฝน มักมีขึ้นบ่อยในช่วงชีวิตของนักธุรกิจในดง สถานที่ซึ่งเหมาะไม่มีสถานที่ใดดีเท่าใต้ร่มเงาชะง่อนผา หรือไต้ต้นไม้เอน ด้วยการอาศัยชะง่อนหรือลำไม้เป็นชายหลบสายฝน ส่วนเบื้องล่างนั้นวางท่อนไม้หลายชั้นให้เป็นร้านรับไฟ

         ฟืนที่จะหาได้ในการก่อเริ่มแรก มิใช่ท่อนไม้ซึ่งชุ่มชื้นบนพื้นดิน ใช่กิ่งของไม้ซึ่งยันต้นแห้งตายเป็นสำคัญ หรือไม่ก็ถากจากท้องของไม้แห้งซึ่งเอนต้นพันฝนอยู่ ถ้าปรากฏว่าฟืนที่ได้มาชื้นเกินไป ก็จำเป็นต้องใช้ใต้หรือเทียนไข และเชื้ออื่นๆ ซึ่งนำพาติดตัวไปเป็นอุปกรณ์ประกอบให้สามารถก่อไฟได้ตามต้องการ

ไฟผิง

         คืนใดอากาศไม่หนาวนัก แต่ค่อนข้างเย็นเป็นยามลมอ่อน ถ้าท่านมีความปรารถนาพักผ่อนอย่างเพลินใจสบายอารมณ์ ควรใช้การวางไฟให้งามตามศิลปในหลักวิชา

         ใช้ไม้ 2 ท่อน วางนอนเป็นแนวขนานผ่านข้างกองไฟโดยวางพาดขวางชิดติดกันไปเป็นแพบนไม้คู่นี้ ละแล้วก็เรียงทับขวาง พาดซ้อนสลับบนกันอีกหลายๆ ชั้นตามความต้องการ ไฟจะค่อยๆเผาฟืนไปให้ความอบอุ่นได้เป็นเวลานาน

ไฟหลุม

         เมื่อยามใดหรือฤดูใดมีลมพัดแรง ควรใช้ความระมัดระวังในการก่อไฟให้จงหนัก มิฉะนั้นไฟจะลอยตามลมไป ก่อการเผาไหม้พันธ์ไม้ในป่า สร้างความเสียหาย เป็นการทำลายทรัพย์สินของชาติ จงขุดหลุมและวางไฟไว้ข้างใน เปิดร่องรับทางลมให้เป่าไฟได้เหมาะตามสมควร

ไฟหลุมดังกล่าวนี้ สามารถก่อภายในกระโจมได้อย่างปลอดภัยโดยการขุดหรือสร้างกองไฟ เป็นช่องให้ลมรอดไปภายนอกกระโจม

เรียบเรียงโดย มันตู