กามนิต


       วรรณคดีอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นวรรณคดีที่ได้รับการแปลมาจากภาษาต่างประเทศ แต่แฝงไว้ด้วยแง่มุมแห่งศาสนาพุทธ เนื่องด้วยเรื่องราวนั้นได้เกิดขึ้นในยุคของพระพุทธเจ้าของเรานั้นเอง ผลงานเรื่องนี้เป็นฝีมือการแปลของ เสฐียรโกเศศ นาคะประทีป สำหรับเพชรพระอุมานั้นได้มีกล่าวถึงเรื่องราวของกามนิตไว้ตอนที่เชิดวุธได้ถามรพินทร์ซึ่งมี อาการดีขึ้นหลังจากการถูกหลอกให้ตกเหวด้วยฝืมือมันตรัยว่าก่อนหลับได้ถึงแดนสุขาวดีหรือไม่ เพราะเชิดวุธได้ถึงแดนสุขาวดีกับเบลไปแล้ว ซึ่งรพินทร์ก็ตอบว่า

"ผมไม่ไช่กามนิตนี่ครับ ก็เลยไม่คิดที่จะไปสุขาวดีแดนสวรรค์"

        และในตอนที่รพินทร์และดารินได้พบกันที่กลางดึก ณ ศาลาปาริชาติ ในอุทยานหลวงแห่งมรกตนคร หลังจากที่คนทั้งสองต้องพลัดพรากจากกันมานาน ระหว่างทางที่เดินไปพบกับคณะของดาริน รพินทร์ได้พูดถึงดอกปาริชาติหรือดอกทองกวาว ที่เชื่อกันว่าถ้าใครได้ดมก็จะรำลึกถึงอดีตชาติเหมือนกับกามนิตและวาสิฎฐี แต่ดารินก็พูดว่า

"ฉันไม่ต้องการเป็นวาสิฏฐี และคุณก็ต้องไม่ใช้กามนิต เพราะคนคู่นั้นไม่เคยได้สมหวังในความรักเลย ไม่ว่ากี่ชาติ กี่ภพ จนกระทั่งในที่สุดต่างคนต่างไปเกิดเป็นดวงดาวห่างไกล กันหลายพันปีแสง ได้แต่ส่งกระแสสนทนาโต้ตอบคุยกันในแต่ละประโยคก็กินเวลานานเป็นโกฎิแสน"


เรียบเรียงโดย ดาริเมยา