ขุนช้าง ขุนแผน


         สุดยอดวรรณคดีไทยที่มีการถ่ายทอดความเป็นอยู่ ขนบธรรมเนียม ประเพณีของคนชาวไทยในยุคสมัยนั้นให้ชนรุ่นหลังใหญ่ ได้รับทราบ ซึ่งเพชรพระอุมาได้มีการกล่าวถึงวรรณคดีทองเรื่องนี้ไว้อย่างหลากหลายตอนทีเดียว

         จะเห็นได้จากตอนที่คณะเดินทางได้ช่วยกันยิงค้างคาวยักษ์หรืออีกนัยหนึ่งก็คือพันธุมวดี บุญคำก็เปรยขึ้นมาว่าเสียงร้องของ มันเหมือนเปรตวันทองที่แกได้ยินจากลิเกที่มาเล่นที่หนองน้ำแห้ง

         ตอนที่บุญคำได้พูดถึงหมอม้วนขุนแผน ตอนที่บุญคำให้ไชยยันต์หาของดีของเสือโคร่งดำ ให้มีทำของดี บุญคำบอกว่าขุนแผนก็ขุนแผนเถอะยังสู้ไม่ได้

         ในตอนจอมพรานเล่มแรกที่ดารินได้มาหารพินทร์เพื่อจะให้วันแต่งงานของทั้งสองแต่รพินทร์เข้าใจผิดไปเอง มีอยู่ช่วงหนึ่งที่รพินทร์คุยโวถึงพระขุนแผนว่า "ไม่อยากคุย พระขุนแผนของผมดีเสียอย่าง" ทำให้ดารินหมั่นไส้ว่าเอาว่าหากดีจริงทำไหมถึงโดนผู้หญิงทิ้ง

         หรือการพูดถึงดาบฟ้าฟื้นของขุนแผน ซึ่งมีการกล่าวถึงในตอนที่ใช้เปรียบเทียบกริชที่ปักบนคัมภีร์มายาวิน โดยไชยยันต์ได้กล่าวว่า "เอ มันทำด้วยเหล็กอะไรนี่ สียังกะปีกตัวด้วงมะพร้าว น้ำหนักเหมาะมือดีเหลือเกิน แต่หวังว่าคงไม่ตัดเหล็กด้วยกันขาดยุ่ยแบบเดียวกับดาบฟ้าฟื้นของขุนแผนนะ"

         จะเห็นได้ว่าการเปรียบเทียบผู้ชายที่มีเสน่ห์หรือเจ้าชู้และมีอาคมแก่กล้ากับขุนแผน โดยเฉพาะเรื่องอาคม จะเป็นที่ทราบกันดีว่าของดีประจำกายของขุนแผนประกอบไปด้วย ดาบฟ้าฟื้น กุมารทองอันได้มาจากลูกชายของตนกับนางบัวคลี่ และม้าสีหมอก นอกจากนั้นก็ยังมีการกล่าวถึงในแง่การชมธรรมชาติ ด้วยการ ใช้การขับเสภา ขุนช้าง ขุนแผน ในตอนที่ใชยยันต์ได้ปลอบใจดาริน หลังจากที่ดารินได้ส่องกล้องเห็นเสือดาวตกเขา แต่ภายหลังก็สามารถปีนขึ้นมาได้ใหม่ ด้วยการกล่าวถึงเสภา ในตอนเดินป่าไว้ว่า

ว่าพลางทางเดินเนินพนม
พลางชมหมู่วิหคนกนานา
คุ้มขาบเขาขันสนั่นป่า
นกกะลิงจับกิ่งปะโลงแล

รื่นร่มพันธุ์ไม้ใบหนา
สาลิกาพูดจ้ออยู่จอแจ
กระสาจับกระสังส่งเสียงแซ่
คับแคจับคางริมทางจร…


เรียบเรียงโดย ดาริเมยา