| |
|
|
|
| |
พระนลคำหลวง
ขอเน้นนะค่ะว่าเป็นคำหลวงมิใช่คำฉันท์ พระนลคำหลวงนี้เป็นพระชานิพนธ์ในล้นเกล้ารัชกาลที่
6 ส่วนหนังสือใดจะมีลักษณะเป็นคำหลวงได้นั้นจะมีการอธิบายไว้ในหัวข้อเกร็ดวรรณคดีในเพชรพระอุมาอีกที
เราจะพบว่าได้มีการนำเอาพระนลคำหลวงมาใช้ในการดำเนินเรื่องในช่วงที่กล่าวถึงความรู้สึก
และความตรอมตรมใจของดารินที่ต้องออกมาตามจอมไพรของเธอ
แม้แต่ยามมองต้นอโศกซึ่งชื่อของมันหมายถึงความ
ไม่มีทุกข็โศก แต่ไฉนเลช่างตรงกันข้ามกับตัวเธอยามนี้เสียเหลือเกิน
จนแงซายที่ได้ถอดจิตมาปลอบให้ดารินให้อาดูรด้วย
การพูดคุยและปรากฏมีการใช้เนื้อความจากพระนลคำหลวงในตอนนี้ว่า
"อ้าดูอโศกนี้ ศรีไสววิไลตา
อยู่ระหว่างกลางพนา เป็นสง่าแห่งแนวไพร
ชุ่มชื่นรื่นอารมณ์ ลมเพยพัดระบัดใบ
ดูสุขสนุกใจ เหมือนดูจอมภูผา
อโศกดูแสนสุข ช่วยดับทุกข์ด้วยสักครา
โศกเศร้าเผาอุรา อ้าอโศกโรคข้าร้อน
อโศกโยกกิ่งไหว จงตอบไปดังใจหมาย
ได้เห็นพระฤาสาย ผ่านมาบ้างหรืออย่างไร
พระนั้นชื่อพระนล ผู้เรืองรณอริกษัย
เป็นผัวนางทรามวัย นามนิยมทมยันตี
พระองค์ทรงสวัสดิ์ เป็นนิษัธธิบดี
ทูลหัวทมยันตี มาทางนี้บ้างฤาไฉน
พระมีผ้าห่มกึ่ง ปรกกายครึ่งหนึ่งนั้นไว้
อันกายฤาสายไซร้ ผิวเธออ่อนสุนทรทรง
เห็นเธอบ้างฤาไม่ พระทรงชัยฤทธิรงค์
เหนื่อยยากลำบากองค์ ด้นดั้นป่าโอ้อาดูร
อ้าต้นอโศกใหญ่ ตูข้าไซร้โศกบ่สูญ
พฤกษาอย่าช่วยพูล จงตัดโศกวิโยคใจ
"
...ซึ่งแงซายก็ได้บอกกล่าวว่า "ขณะนี้ นายหญิงก็เปรียบเหมือนนางทมยันตีนั่นแหละ"
หรือในตอนที่ดารินได้พบ กับวราดาชรีหรือชื่อเดิมคืออรัญญานี
ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงชื่อใหม่ในชุดของพิมพ์ในลิขสิทธิ์ของ
ณ บ้านวรรณกรรม นางนั้นได้บอกกับดารินว่า "น้องสาว
ตอนนี้เธอไม่ผิดอะไรกับนางทมยันตี เที่ยวได้บุกป่าฝ่าดงซมซานตามหาพระนล
เลยนะ" ซึ่งนางทมยันตีนั้นก็เป็นนางเอกในพระนลคำหลวงนั้นเอง
นักอ่านทุกท่านต่างก็คงรู้จักกับนามว่า "ทมยันตี"
ดีอยู่แล้วก็เพราะว่าเป็นนามปากกาของนักเขียนเรืองนามในปัจจุบันท่านหนึ่ง
ในส่วนของความหมายของคำว่า "ทมยันตี"
นั้นก็แปลว่า ข่มชายให้เกรงกลัวด้วยธรรมะนั่นเอง
|
|
|
|
|
|
|