การแก้อาถรรพณ์ ต่าง ๆจากในเรื่อง
สิ่งของแก้อาถรรพณ์ที่บรรจุในกระสุนลูกซอง (รพินทร์ได้รับมาจากหนานไพร) ตอนที่อรัญญานี สั่งให้บริวารทำพายุถล่มปางพักหลังจากแงซายลองทางปืนใส่ต้นตะเคียน เบ็ดเล็ก ๆ 2 ตัว ข้าวสาร 7 เม็ด กรวดลักษณะเหมือนเหล็กไหล สะเก็ดดาว โลหะผสมเนื้อชิน ผ้าประจำเดือน แก้มนต์มืดของมันตรัยแห่งนิทรานคร และแม่มดวาชิกาแห่งมรกตนคร ใช้ทาปลายหอก แทงอกค้างคาวผี ป้องกันซากศพอาบยาที่ปราสาทพันธุมวดี ทาลูกปืนของรพินทร์และเชษฐาก่อนเอาคัมภีร์มายาวินไปวางล่อมันตรัย เผาร่างมันตรัยและคัมภีร์มายาวิน ใช้เผาร่างของแม่มดวาชิกาในมรกตนคร ปัสสาวะของผู้หญิงแก้มนต์มืดของมันตรัย บุญคำ เสนอกับรพินทร์ให้มาเรียปัสสาวะรดร่างหินของเสือโคร่งดำตอนไปพบครั้งแรก บุญคำ เสนอกับแหม่มเบลให้ปัสสาวะรดซากศพอาบยาพันปีที่โดนระเบิดในภาค 2 ผลทั้งสองข้อไม่ได้ทำเพราะบุญคำถูกด่าจากทั้งสองคน แงซายขีดเส้นปริมณฑล บริกรรมคาถา แล้วใช้มีดเดินป่าฟันลงไปที่รากต้นกระบาก บริเวณหุบหมาหอน หลังจากที่กำจัดเสือดาวที่เชษฐาและไชยยันต์มองเห็นเป็นคน ซึ่งชาวกระเหรี่ยงเชื่อว่าต้นกระบากถ้ามีรากงอกพ้นดินจะมีปีศาจสิงอยู่ กางเกงในของคริสติน่าและเบล ใช้แก้อาถรรพ์จากมันตรัย โดยที่จันเป็นคนขโมยมาตอนไปนั่งเฝ้าแหม่มทั้งสองคนอาบน้ำ ที่ตะเคียนทอง โดยเอามามอบให้บุญคำ แล้วนำมาคลุกลูกปืน คาถาสมานางไม้ รพินทร์เป็นคนสอนให้ดารินหลังจากเกิดปราสาทหลอนโดนอาถรรพ์ป่าเล่นงานบนห้างยิงสัตว ์ในการขึ้นห้างของดารินครั้งแรกในเวลากลางคืน และดารินก็นำไปใช้อีกครั้งตอนหลงป่าด้วยกันกับรพินทร์ คาถาชินบัญชร ของ สมเด็จพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แก้อาถรรพ์ของมันตรัย คาถาบทนี้ รพินทร์ เป็นคนสอนให้ดาริน และถูกนำไปใช้หลายครั้งดังนี้ ดารินสวดเพื่อขับไล่ฝูงซากศพพันปีที่จู่โจมลงมาจากยอดสักดำ ดารินและเชษฐา สวดทำน้ำมนต์มาพรมอาวุธเพื่อใช้ต่อสู้กับมันตรัย คาถาที่หนานอินใช้ร่วมกับการยิงปืน เพื่อสะกดอาถรรพ์ป่า ซึ่งหนานอินใช้ 2 ครั้งดังนี้ ยิงแก้อาถรรพณ์ เจ้าป่าเจ้าเขาที่บันดาลให้เกิดพายุหมุน เข้าถล่มขณะเดินทางบริเวณช่องหน้าผาที่ถล่มลงใส่ คณะรพินทร์ ยิงขับไล่ฝูงซากศพพันปี ที่จู่โจมลงมาจากยอดสักดำ แต่ไม่สำเร็จ นาคบาศก์ ใช้ปราบมันตรัย นาศบาศก์เป็นอาถรรพ์ที่เกิดจาก งูสองตัวกินหางซึ่งกันและกัน พระธาตุ ใช้ปราบมันตรัย ซึ่งทั้งข้อ 20, 21 เป็นความเห็นของหนานอินในการที่จะปราบมันตรัยอย่างสิ้นซาก บทสวดที่รพินทร์สวด เพื่อบรรเทาอาการคลื่นเหียน และแสบผิวหนัง จากรังสีที่แผ่มาจากสางห่า ซึ่งรพินทร์สวดก่อนที่จะเดินเข้าไปพบว่าสางห่านั้นที่แท้ก็คือร่างจำแลงของนาคเทวี ซึ่งบทสวดนั้น คือ สารัง เทตียะ อมตัง หทัง สาระถิ วิยะ สาเรติ สาระทันทัง นะมามิหัง คำแปล พระองค์นำสรรพสัตว์ ไปสู่ทางอมตะ พระองค์นำสรรพสัตว์ ให้แล่นไปดุจสารถี พระองค์ทรงฝึกฝนในธรรมเป็นสาระ ข้าขอนมัสการ คาถาที่รพินทร์บริกรรมแล้วลูบมีดจากต้นสู่ปลาย แล้วฟันลงไปที่กิ่งไม้ที่ทอดขวางหน้า หลังจากเดินหลงทางที่จะกลับแคมป์พักพร้อมกับไชยยันต์ หลังจากไปดูมาว่าหมู่บ้านพุเตยร้างไปแล้ว คาถาที่รพินทร์ท่องตอนที่จะเข้าโรมรันกับซากศพพันปี 3 ตัว ที่เข้ามาโอบล้อมรพินทร์ (ซึ่งเป็นคาถาให้การแก้อาถรรพ์เกี่ยวกับภูตผีปีศาจ) บริเวณที่รพินทร์ออกไปนอนดักนอกบริเวณปางพักที่ตะเคียนทอง คาถาบทนั้นก็คือ ปีศา เจวะ เอหะ มะมะ ทรายปลุกเสกและคาถา ใช้สะกดว่านผีปอบ บริเวณเนินพระอุมา โดยบุญคำเป็นเจ้าพิธีโปรยเข้าไปในดงและเป็นวงกลมรอบ ๆ บริเวณ หวายลากลูกนิมิตร ตอนที่เดินทางไปถึงหมู่บ้านตะเคียนทองใหม่ ๆ รพินทร์เรียกพราน 4 คน และ อูถะ พะโต้ เข้าไปแจก เพื่อกันวิญญาณร้ายของมันตรัยเข้ามาทำร้าย พระปิดตาแร่บางไผ่ กันไฟ รวบรวมโดย มันตู