หลวงปู่ทวด

        ในเรื่องเพชรพระอุมานั้นกล่าวถึงพระเครื่องของวัดนี้ค่อนข้างมาก อาจเป็นเพราะผู้เขียนคือคุณลุงพนมเทียนเป็นคนพื้นเพเดิมกับสถานที่ตั้งของวัดนี้ นั่นคือ จังหวัดปัตตานี ซึ่งในเรื่องนั้นกล่าวถึงพระเครื่องชุดนี้ 2 องค์ ดังนี้
1. องค์แรกเจ้าของก็คือ รพินทร์ ไพรวัลย์ ซึ่งเป็นพระเครื่อง หนึ่งในสามที่มอบให้กับดาริน สำหรับพระเครื่ององค์นี้นั้นดารินได้ตัดสินใจ นำไปคล้องให้กับเจ้าด้วน หลังจากที่มหาฤาษีโกณฑัญญะมาบอกให้ดารินระวังเจ้าด้วนจะถูกมนต์คชสารเข้าครอบงำ และพระองค์นี้ก็ติดอยู่กับคอเจ้าด้วนจนจบเรื่อง
2. องค์สุดท้าย เจ้าของก็คือเชิดวุธ ไกรรณยุทธ นายทหารหนุ่มแห่งกองทัพไทย ซึ่งเชิดวุธได้เล่าให้รพินทร์ฟังว่า ได้มาจากมือ หลวงพ่อทิม(ผู้สร้างพระองค์นี้)ในคราวที่ไปราชการที่ภาคใต้

นอกจากนี้เชิดวุธยังได้เล่าถึงประสบการณ์ปาฎิหารย์ที่ตัวเองเจอมาให้รพินทร์ฟัง ดังนี้
- หลังจากรับพระและขับรถจี๊ปออกจากวัด แล้วเกิดรถคว่ำหลายตลบแต่เจ้าตัวไม่เป็นไร
- ในสงครามเวียดนามขณะเดินลาดตระเวณ เชิดวุธเดินเหยียบกับระเบิด แต่ไม่ระเบิด ส่วนทหารอเมริกันที่เดินตามมาข้างหลังตายเรียบทั้ง4คน
- ในสงครามเวียดนามเหมือนกัน ถูกเวียดกงกดด้วยอาการ์(AK47)ทั้งหลายชุด แต่ไม่เข้ามีแต่รอยกระสุนบนเสื้อ
- ขับเครื่องบินตรวจการณ์ แต่ตอนจะนำเครื่องลงล้อไม่กาง ต้องลงแบบเอาท้องเครื่องบินครูดกับท้องนา แต่เครื่องไม่ระเบิดจึงรอดมาได้อีกครั้ง
และสุดท้ายรพินทร์ก็ได้บอกคาถาอาราธนาพระเครื่องหลวงปู่ทวดให้กับเชิดวุธว่า “ นะโม โพธิสัตโต อาคันติ มายะ อิติ ภควา ...” และบอกข้อห้ามในขณะที่ใช้พระองค์นี้ว่า ห้ามยิงสัตว์อย่างพร่ำเพรื่อ และห้ามเล่นการพนัน พร้อมทั้งบอกว่าที่รู้มาเพราะสมัยเด็กๆเคยบวชเณรอยู่วัดนี้

ประวัติหลวงปู่ทวด

        หลวงปู่ทวด เป็นพระภิกษุในสมัยอยุธยาในแผ่นดินของ สมเด็จพระเอกาทศรถ แต่เดิมท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดพะโค๊ะ จึงมีอีกสมญานามหนึ่งว่า สมเด็จพะโค๊ะ
มีเรื่องเล่าว่า ตอนที่ท่านเดินทางโดยเรือผ่านอ่าวไทยเพื่อเข้ากรุงศรีอยุธยานั้นก็เกิดคลื่นลมทะเล ปั่นป่วนขึ้น เรือไม่สามารถแล่นฝ่าคลื่นลมไปได้ ต้องทอดสมออยู่กลางทะเลถึง ๗ วัน ทำให้เสบียงอาหารและน้ำหมด บรรดาลูกเรือจึงตั้งข้อสงสัยว่าการที่เกิดอาเภทในครั้งนี้เป็นเพราะท่านที่เป็นภิกษุ จึงตกลงใจ ส่งท่านขึ้นเกาะได้นิมนต์ท่านให้ลงเรือมาด ขณะที่ท่านนั่งอยู่ในเรือมาดนั้น ท่านได้ห้อยเท้าซ้ายแช่ลงไปในน้ำทะเลได้บังเกิดอัศจรรย์ขึ้น เมื่อน้ำทะเลบริเวณนั้น เกิดประกายแวววาว โชติช่วง ท่านจึงบอกลูกเรือให้ตักน้ำขึ้นมาดื่ม เมื่อดื่มน้ำนั้นก็รู้สึกว่าเป็นน้ำจืด จึงช่วยกันตักไว้จนเพียงพอ นายสำเภาเรือจึงนิมนต์ ให้ท่าน ขึ้นเรือสำเภา อีกครั้ง ท่านจึงมีอีกหนึ่งสมญานามว่า “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด”เมื่อท่านใกล้จะมรณะภาพได้สั่งญาติโยมว่าให้นำศพท่านไปฌาปณกิจ ที่วัดช้างไห้
ส่วนผู้สร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้ ก็คือ อาจารย์ทิม (พระครูวิสัยโสภณ ทิม ธฺมมธโร )อดีตเจ้าอาวาสวัดช้างไห้ ซึ่งปัจจุบันได้มรณภาพไปแล้วตั้งแต่ ปี พ.ศ 2512 ส่วนพระเครื่องหลวงปู่ทวดนี้เริ่มสร้างตั้งแต่ ปี พ.ศ 2497 โดยวัตถุประสงค์ในการสร้างเพื่อแจกให้กับญาติโยมที่มาร่วมกันสร้าง พระอุโบสถวัดช้างไห้

อาจารย์ทิม ธรรธโร

วัดช้างไห้(วัดราษฎรบูรณะ)