พระสมเด็จวัดระฆัง
ในเรื่องเพชรพระอุมาได้กล่าวถึง พระสมเด็จนี้อยู่
2 องค์ ก็คือ
- องค์แรกนั้นเป็นของรพินทร์ซึ่งเป็นหนึ่งในสามที่เขามอบให้กับดาริน
- ส่วนองค์ที่สองเป็นของนายอำพล พลากร ผ.อ บริษัทไทยไวลด์ไลพ์
ซึ่งแกจะมอบให้รพินทร์ก่อนออกเดินทางไปค้นหาระเบิดนิวเคลียร์10เมกกะตัน
แต่รพินทร์ปฎิเสธ พร้อมกับกล่าววาทะเด็ด เป็นพรานป่าแล้วยังเสือกพกพระ
พระสมเด็จ วัดระฆัง เป็นหนึ่งในสุดยอดพระเครื่องในชุดเบญจภาคี
เป็นจักรพรรดิแห่งวงการพระเครื่องและเป็นพระเครื่องที่ราคาแพงที่สุดในโลกอีกด้วย
ซึ่งพระองค์นี้ สร้างโดย สมเด็จพุฒาจารย์(โต)พรหมรังสี และในเรื่องเพชรพระอุมาก็กล่าวถึงสมเด็จโต
อยู่สองครั้ง ดังนี้
- เหตุการณ์ตอนที่รพินทร์ ผจญกับสางห่า ครั้งแรกบริเวณบ่อโคลนเดือด
บนยอดเขาหัวแร้ง สมเด็จโตได้ลงมาโปรด เป็นภาพนิมิตกั้นระหว่างรพินทร์กับส่างห่า
- ตอนที่ดารินหลงป่า หลังจากถูกน้ำซัดในภาคที่สอง ท่านได้มาลองใจดารินโดยมีกวางป่าโผล่เข้ามาหาดาริน
ขณะที่ดารินต้องการอาหารเมื่อดารินไม่ได้ฆ่ากวางตัวนั้น ท่านจึงได้สำแดงกายเดินนำดารินไปพบป่ากล้วย
นอกจากนี้เพชรพระอุมายังได้กล่าวถึง คาถาศักดิ์สิทธิ์ของท่านอีกด้วยนั่นคือ
คาถาชินบัญชร
ประวัติสมเด็จพุฒาจารย์(โต)พรหมรังสี

เดิมชื่อโต บุตรนางงุด บิดาไม่เป็นที่ปรากฏ ตาชื่อนายผล
ยายชื่อนางลา ถือกำเนิดในแผ่นดินรัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
เมื่อวันพฤหสับดี เดือน 5 ขึ้น 12 ค่ำปีวอกตรงกับวันที่ 17 เมษายน
พุทธศักราช2331 สัมฤทธิศก จุลศักราช 1150 เวลาประมาณ 06.54 น.
เดิมเป็นชาวบ้านท่าอิฐ อำเภอบ้านโพ (อำเภอเมือง
ปัจจุบัน) จังหวัดอุตรดิตถ์ ต่อมาฝนแล้งติดต่อกันหลายปีการทำนาไม่ได้ผล
จึงต้องย้ายภูมิลำเนาไปอยู่กับยายที่บ้านไก่จันตำบลท่าหลวงอำเภอท่าเรือ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต่อมา มารดาได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ตำบลบางขุนพรหม
และไม่ได้มอบให้เป็นศิษย์ท่านเจ้าคุณอรัญญิกเจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร
เพื่อการศึกษาอักขรสมัย
เมื่ออายุครบ 12 ปีบริบูรณ์ ตรงกับปีวอก พ.ศ. 2342
ได้บรรพชาเป็นสามเณรโดยมีพระบวรวิริยะเณร (อยู่) เจ้าอาวาส วัดบางลำภู(วัดสังเวชวิศยาราม-ปัจจุบัน)เป็นพระอุปัชฌาย์
ภายหลังได้ย้ายไปอยู่วัดระฆังโฆษิตารามเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรมกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
(นาค เปรียญเอก) สามเณรโต เป็นผู้ที่มีวิริยะ อุสาหะในการศึกษาเป็นอย่างดี
มีวัตรปฏิบัติที่น่าเลื่อมใสจนปรากฏว่า พระบาทสามเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
เมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทรทรงโปรดปรานมาก
ทรงรับไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ได้พระราชทานเรือกรากัญญาหลังคากระแชงให้ท่านใช่สอยตามอัธยาศัย
เมื่ออายุครบ 20 ปีตรงกับปีเถาะ พ.ศ. 2350 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
ทรงกรุณาโปรดเกล้าฯให้อุปสมบทเป็นนาคหลวง ที่ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม(วัดพระแก้ว)
โดยมีสมเด็จพระสังฆราช(สุก) วัดมหาธาตุเป็นพระอุปชาฌาย์ ให้ฉายาว่า
"พรหมรังสี" และเรียกว่าพระมหาโตตั้งแต่นั้นเป็นตันมา
เรียบเรียงโดย มันตู