เรื่องต่อจากตอนอาถรรพณ์นิทรานคร หลังจากถึงตำแหน่งเขาขาดและเห็นว่า
ไทรัน มาซุ่มรออยู่ก่อนแล้ว
เช้าวันที่ 92 ของการเดินทางมุ่งเข้าหาทะเลสาบมรณะ
เมื่อมองไปรอบๆจะพบว่าทางทิศเหนือกับทิศตะวันออกติดภูเขาเป็นแนวกั้นล้อมไว้ในลักษณะครึ่งวงกลมระยะห่างประมาณ
20-25 กิโลเมตร ด้านตะวันออกเฉียงใต้ไม่มีภูเขาแต่เป็นแนวป่าสูงสลับทุ่งบางส่วนเป็นละเมาะและป่าโปร่ง
ขอบเขาลิบๆ ด้านเหนือคือปลายทิวด้านทิศใต้ของเทือกเขายาวติดกันเป็นพืด
ซึ่งในแผนที่ฉบับนี้เรียกว่า "ทิวปีกครุฑ" เป็นเทือกเขาที่ติดต่อกับเทือกเขาพระศิวะ
โดยเทือกเขาที่เห็นนี้จะติดต่อกันไปตามตะวันออกเฉียงเหนือราว 30
ดีกรี ยอดทิวจะทวีความสูงขึ้นไปเป็นลำดับจนกระทั่งถึงระดับใจกลางเทือก
...ตรงนี้....ที่ระบุไว้ว่า "เทือกเขาพระศิวะ" "เนินพระจันทร์"
จะอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเทือกพระศิวะ เป้าหมายในแผนที่คือตรงนี้
อ้อมไปทางตะวันออก เลาะตามแนวป่าและทุ่ง โดยอ้อนแนวฝั่งทะเลสาบไป
ทิศทางเบนขึ้นเหนือ อย่างช้ากะว่าไม่เกิน 5-6 วันเราจะพบ ทิวปีกครุฑ
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 1)
เส้นทางบ่ายหน้าอ้อมทะเลสาบไปทางตะวันออก ราวๆ บ่ายโมง อยู่บริเวณยอดเนินเตี้ยๆ
ลูกหนึ่งทางฝั่ง ตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลสาบ (ป่าโลกล้านปี
เล่ม 1) พบร่องน้ำตอนหนึ่งที่เต็มไปด้วยดอกไม้กินคน
หลังเจอโครงกระดูก 2 คน ในดอกไม้กินคน ตัดขึ้นตะวันออกเฉียงเหนือ
มุ่งเข้าหาเนินเขาเตี้ยๆ กะว่าคงไม่เกิน 4 วันคงถึง (ทิวปีกครุฑ)
จากนั้นมุ่งขึ้นเหนือเลาะไปเป็นลำดับตำแหน่งพักห่างจากดงค้างคาวราวๆ
6-7 กิโลเมตร (ป่าโลกล้านปี เล่ม 1)
ตกค่ำพบมนุษย์วานรซึ่งอาศัยอยู่บริเวณ เขานิลกาญจน์
เส้นทางใดก็ตามที่มนุษย์ใดบุกบั่นบ่ายหน้ามาเพื่อจะให้ถึงเทือกพระศิวะปากทวารแห่งมรกตนคร
อันเป็นดินแดนที่ถูกปิดบังอยู่ด้วยมนต์ของเทพเจ้ามาตรว่าผ่านพบสิ่งมีชีพประหลาดชนิดหนึ่ง
ลักษณะภายนอกเป็นลิงใหญ่ขนสีดำสนิทปราศจากหาง อาศัยเป็นชมรมหมู่คณะอยู่ตามถ้ำหินตามเชิงเขามีอำนาจและความฉลาดเหนือกว่าดิรัจฉานสัตว์ป่าทั้งปวง
ความรู้สึกนึกคิดและมันสมองในร้อยส่วนเต็ม แบ่งเป็นดิรัจฉานประเภทลิงเสีย
75 ส่วน อีก 25 ส่วนเป็นคุณสมบัติของมนุษย์มีภาษาแน่นอน ที่ใช้ติดต่อระหว่าง
พวกกันเองได้ รู้จักใช้ประโยชน์ของไฟ ก็จงแน่ใจเถิดว่าเส้นทางที่ผ่านมานี้เป็นเส้นทางที่ถูกต้องแล้ว
ให้บ่ายหน้าขึ้นตะวันออกเฉียงเหนือระยะทางเดินอีกไม่เกิน 8 วัน
จะถึงยอดสูงสุดของเทือกพระศิวะ...นี้คือถ้อยคำที่หลวงปู่อาจารย์ของผมท่านกำหนดบอกไว้
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 1) ซึ่งรพินทร์บอกคณะว่า บริเวณที่เราเดินผ่านและตั้งแค้มป์กันอยู่นี่
ในแผนที่ระบุไว้ว่า หมู่เขา นิลกาญจน์ อันหมายถึงภูเขาที่มีก้อนหินสีดำ...
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 1)
วันที่ 93 ของการเดินทางหลังจากโดนพวกวานรจับ พวกมันพาเราบ่ายหน้าไปทาง
ตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดเวลาครับ ผมจำได้ว่านี่เป็นทิศทางที่เราต้องเดินตามลายแทง
กำหนดให้อยู่แล้วไม่ได้แยกออกไปทางอื่นเลย (ป่าโลกล้านปี
เล่ม 2) ทางตะวันออกเป็นแนวป่าหินติดต่อไปจนถึงเชิงเขาที่แลเห็นอยู่โน่น
สงสัยว่าจะเป็นถิ่นของเจ้าลิงดำพวกนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงก็แปลว่าเราใกล้จุดหมายปลายทางของมันเข้ามาแล้ว
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 2)
วันที่ 95 ของการเดินทางหลังออกจากเขานิลกาญจน์
เราบ่ายหน้าจากเขานิลกาญจน์มุ่งตะวันออกเฉียงเหนือ (ป่าโลกล้านปี
เล่ม 3) เราจะพยายามตัดตรงเข้าหาทิวปีกครุฑด้านใต้....
ต่อจากนั้นจะเลาะชายทิวบ่ายหน้าขึ้นเหนือ อย่างที่กำหนดไว้แต่แรก
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)
บ่ายหน้าขึ้นเหนือเป้าหมายทิวเขาปีกครุฑ ราวๆ 2-3 ชั่วโมง จะพบแอ่งน้ำเล็กๆ
กว้างประมาณ 4 ตารางวา อยู่ในระหว่างหลักก้อนหินโค้งนูนลักษณะเหมือนหลังเต่า
2 ลูก ระดับน้ำลึกประมาณ ไม่เกินหัวเข่า ใสแหนวราวกับตาตั๊กแตน
แอ่งน้ำเล็กๆข้างหน้าเรานี่แหละครับ ในลายแทงระบุไว้ว่า
แอ่งการะเวก ซึ่งคงหมายถึงว่าเป็นแอ่งน้ำที่นกการะเวกลงกิน
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)
ที่ราบตลอดระยะทางจากภูเขานิลกาญจน์ถึงเนินพระจันทร์
แผ่นดินกว้างใหญ่เจ้าของแผนที่เรียกว่า
ทุ่งลมกรด" (ป่าโลกล้านปี
เล่ม 3)
ที่หมายอันดับต่อไปคือ หลุมอุกกาบาต หลุมที่ 1 คำว่าหลุมที่
1 ก็ต้องหมายความถึงว่ามีมากกว่า 1 หลุม โดยทิศทางเดียวกัน มีอยู่สามหลุม
เว้นระยะห่างเท่ากัน คำนวณจากระยะทางนี่ แต่ละหนึ่งหลุมที่เราจะมุ่งเข้าหาเป็นลำดับไป
คงจะต้องใช้เวลาเป็นวันเหมือนกัน หลุมแรกที่จะถึงเป็นหลุมเล็กที่สุดต่อไปก็จะใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ
สองวันต่อจากนี้ไป เราคงไม่ต้องไปคำนึงถึงที่ไหนอื่นใดก่อนทั้งสิ้น
นอกจากผ่านให้ได้ทั้งสามหลุมเสียก่อน (ป่าโลกล้านปี
เล่ม 3)
เมื่อท่านบรรลุถึงหลุมอุกกาบาตที่ 3 หันหน้าเข้าหาทิวเขาอันยาวเหยียด
ที่ขวางกั้นอยู่ทางทิศเหนือ จะแลเห็นเป็นรูปพญาครุฑการปีกผงาดอยู่ปลายปีกซ้าย
ทอดลงสู่ด้านใต้ ปลายปีกขวา ทอดไปสู่ด้านเหนือ จะงอยปากจะชี้ไปทางตะวันออกมีลักษณาการประหนึ่งจะไซร้ขนปีก
ณ หลุมอุกกาบาต ตำแหน่งที่ท่านยืนพินิจเห็นภาพดังนี้แลจงบ่ายหน้าไปตามปลายจะงอยปากครุฑที่ชี้บอกทางเป็นเส้นตรง
มาตรว่าหันหลังกลับมาครั้งใด ยังเห็นสันเขาด้านหลังเป็นรูปพญาครุฑอยู่เช่นนั้น
เส้นทางที่ท่านเดินถูกต้องแล้วมาตรว่าสันเขา แปรเปลี่ยนรูปผิดไป
จงหาเส้นทางที่ถูกต้องใหม่ เหลียวหลังกลับมาครั้งใดเห็น พญาครุฑ
ภายใน 3 วัน ท่านจะบรรลุเนินนพระจันทร์ ผิดจากที่กำหนดบ่งรหัสนี้แล้วไซร้
ตลอดทั้งชีวิต ท่านจะไม่มีวันบรรลุถึงได้เลย
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 3)
วันที่ 96 ของการเดินทางต้องค้นให้พบ ดงว่านหิน-ช่องประตูผา
เพื่อเป็นเครื่องยืนยันทิศทาง และเพื่อชี้บอกไปยังหลุมอุกกาบาตที่
1 (ป่าโลกล้านปี เล่ม 3) ในดงหินนั้นจะมีหินสูงใหญ่
เหนือกว่าก้อนหินอื่นใดในละแวกนั้นอยู่ 2 ก้อน ยืนอยู่เคียงคู่ขนานกัน
กำหนดไว้ว่า ช่องประตูผา ณ ช่องประตูผานั้นให้ถือเป็นจุดเริ่มต้น
หันหน้าตั้งทิศไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยไม่เบียนเบนออกไปเลย
แม้แต่องศาเดียว ถ้าตะวันเริ่มขึ้นตรงประตูผาระยะทางถึงหลุมอุกกาบาตหลุมที่
1 ก็จะเป็นเวลาตะวันอยู่ตรงศีรษะ (ประมาณ 5-6 ชม.) (ป่าโลกล้านปี
เล่ม 3)
จุดใหญ่ที่สุดก็คือเทือกเขาอันเป็นเส้นยาวเหยียด
ลากจากใต้ทอดไปสู่เหนือ การเดินจากหลุมอุกกาบาตที่ 2 มุ่งเข้าหาเส้นกั้น
ประดุจกำแพงนี้ โอบเบนขึ้นเหนือ เลียบช่องตีนทิวเขาบริเวณแถบใต้ขึ้นไปยังจุดหนึ่ง
อันระบุไว้ว่าเป็นหลุมอุกกาบาตที่สาม ซึ่งแวดล้อมไปด้วยยอดเขาสูงๆต่ำๆ
นับไม่ถ้วน ทิวเขาบริเวณนี้ ในส่วนที่ลาดต่ำลงมาตรงตีนเนิน มีส่วนที่ยืนออกมาสองด้าน
เหมือนรูปเกือกม้า ขึ้นปลายทั้งสองของตำแหน่งหลุมอุกกาบาตที่สามอยู่ทางตะวันตกระหว่างกึ่งกลางป่าโลกล้านปี
(ป่าโลกล้านปี เล่ม 4)
###
-- จบตอนป่าโลกล้านปี ภาค 1 -- ###
รวบรวมโดย ~ เ จ้ า ถุ ง ~